อัครวัฒน์ ลั่น กกต. อย่าเล่นกับไฟ คดีฮั้ว ส.ว.

อัครวัฒน์ ลั่น กกต. อย่าเล่นกับไฟ คดีฮั้ว ส.ว.

เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน เวลา 15.30 น. ที่รัฐสภา นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล ส.ว.สำรอง แถลงกรณีการตรวจสอบกระบวนการเลือก ส.ว. โดยระบุว่า มีเจ้าหน้าที่บางรายอาจเข้าไปเกี่ยวข้องหรือเอื้อประโยชน์ต่อการกระทำผิด แต่กลับไม่ดำเนินการตามหน้าที่ ทั้งที่พบเห็นเหตุการณ์หรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องแล้ว

นายอัครวัฒน์กล่าวถึงกรณีของนายฐิติเชษฐ์ นุชนาฏ ซึ่งมีบทบาทลงพื้นที่ตรวจสอบการเลือก ส.ว. ที่เมืองทองธานี โดยอ้างว่ามีการประกาศให้ผู้พบโพยนำนำส่งเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการลงโทษ ทำให้ภาพลักษณ์ภายนอกดูเหมือนเป็นการเข้มงวดและสร้างความมั่นใจให้ประชาชน แต่ในทางปฏิบัติกลับมีข้อสงสัยว่าไม่มีการนำโพยที่ตรวจพบไปดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิดในคูหาเลือกตั้งตามที่ควรจะเป็น

นายอัครวัฒน์ตั้งข้อสังเกตว่า การไม่ดำเนินการดังกล่าวอาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือไม่ และกล่าวเพิ่มเติมว่า ก่อนการเลือกตั้ง นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้ง เคยได้รับแจ้งว่าจะมีการนำโพยเข้าไปในห้องคูหาเลือกตั้ง แต่ไม่ได้ยับยั้งหรือป้องกันเหตุอย่างเหมาะสม จึงทำให้ผู้ที่มีโพยในวันนั้นได้รับการรับรองเป็น ส.ว. ตามกระบวนการที่เกิดขึ้น

เขาระบุด้วยว่า ขณะนี้คดีเกี่ยวกับการโกงเลือก ส.ว. อยู่ในมือของ กกต. โดยมีนายฐิติเชษฐ์และนายแสวงเป็นหนึ่งในผู้เกี่ยวข้องที่จะต้องพิจารณาคดี จึงเห็นว่าบุคคลที่ถูกตั้งข้อครหาและมีคดีติดตัวไม่ควรเข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการพิจารณาคดีสำคัญของประเทศ พร้อมเรียกร้องให้ นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. คนปัจจุบัน พิจารณาไม่ให้นายฐิติเชษฐ์มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว

นายอัครวัฒน์ยังกล่าวถึงกรณีที่มีคดีติดสินบนซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึง สตง. สน.บางซื่อ และ ป.ป.ช. พร้อมตั้งคำถามถึงความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งของผู้ที่ไม่ผ่านการประเมิน แต่ยังคงมีบทบาทในคดีสำคัญที่ประชาชนจับตาอยู่

นอกจากนี้ เขายังวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ กกต. ว่าเป็นไปอย่างล่าช้าและไม่มีประสิทธิภาพ โดยระบุว่าคดีใหญ่เกี่ยวกับการเลือก ส.ว. ผ่านมาแล้วกว่า 2 ปี แต่ยังไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจน จึงเรียกร้องให้ กกต. เร่งดำเนินการอย่างจริงจัง และไม่ปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมถูกตั้งข้อสงสัยจากสังคม

ทั้งนี้ นายอัครวัฒน์ระบุว่า ในวันที่ 9 มิถุนายน จะยื่นเรื่องดังกล่าวต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน ของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้พิจารณาต่อไป