“วิลาศ” เกาะติดปมทุจริตใน กปภ. ล่าสุด พบพิรุธ กปภ.สงขลา ทำผิดมติ ครม.

“วิลาศ” เกาะติดปมทุจริตใน กปภ. ล่าสุด พบพิรุธ กปภ.สงขลา ทำผิดมติ ครม. แยกส่วนงาน3 วงเงินกว่าพันล้านจัดสร้างระบบส่งน้ำประปา ตั้งงบฯแล้ว แต่ยังหาที่จัดสร้างไม่ได้ ซ้ำประกวดราคาส่วนงานที่2 ยังส่อจงใจเอื้อประโยชน์ จงใจละเว้นการปฏิบัติตาม ม.157 ร้องป.ป.ช.สอบกราวรูดทั้ง ผู้ว่าฯกปภ. และคณะกรรมการพิจารณาผลประกวดราคา
เมื่อวันที่ 1 มี.ค. 2568 นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีตสส.กทม.และอดีตประธานกทธ.ปปช. สภาฯ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา ตนได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรรมการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)เพื่อขอให้ตรวจสอบกรณีการจงใจละเว้นปฏิบัติหน้าที่ตาม ม.157 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ทำให้ราชการเสียหายของผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค(กปภ.)
จากเหตุที่ กปภ. ประกาศประกวดราคางานจ้างเหมาก่อสร้างปรับปรุงขยายงาน กปภ.สาขาอ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ส่วนที่ 2 และส่วนที่ 3 โดยประกาศเชิญชวนซื้อเอกสารตั้งแต่วันที่ 2 ก.พ. 2566 ถึงวันที่ 2 มี.ค. 2566และกำหนดให้ยื่นเสนอราคาวันที่ 3 มี.ค.2566 โดยส่วนที่ 1 ยังไม่มีการประกาศประกวดราคา ผลการประวคราคาส่วนที่ 3 ยังไม่พบความผิดปกติ แต่ผลการประกวคราคาส่วนที่ 2 มีปัญหาทำให้เกิดการโต้แย้งในการพิจารณาผลการประกวดราคาว่า กปภ.ทำผิดระเบียบ ผิดกฎหมายมีการเอื้อประโยชน์ให้ผู้เสนอราคารายใดรายหนึ่งหรือไม่ จึงเห็นว่าการเสนอโครงการ
ดังกล่าวน่าจะมิชอบ และมีการกระทำที่ผิดกฎหมาย จึงขอให้ตรวจสอบดังนี้
1. โครงการส่วนที่ 2 ใช้งบประมาณ 600 ล้านเศษ โครงการส่วนที่ 3 ใช้งบ 400 ล้านเศษ ถ้ารวมโครงการส่วนที่ 1 ด้วยจะเกิน 1,000 ล้านบาท จึงการขออนุมัติงบประมาณโครงการที่มีงบประมาณเกิน 1,000 ล้านบาทต้องเสนอขออนุมัติ ครม.และต้องให้ สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รวมทั้งกระทรวงการคลังเสนอความเห็นกรณีการแบ่งเป็นส่วนที่ 1 , ส่วนที่ 2 และส่วนที่ 3 จึงถือเป็นการหลีกเลี่ยงกระบวนการต่
หรือไม่
นายวิลาศ กล่าวต่อว่า อีกทั้งโครงการในส่วนที่1 เป็นส่วนหลัก มีระบบผลิตเป็นหลัก แต่กลับมีปัญหาเรื่องที่ดินสร้างระบบผลิตในส่วนที่ 1 ยังไม่มี ซึ่งขัดกับมติ ครม. ที่ระบุว่า การเสนองบประมาณโครงการใดต่อ ครม. ต้องมีที่ดินจัดสร้างเรียบร้อยแล้ว ถามว่าโครงการส่วนที่1 ยังไม่มีที่ดินจัดสร้าง หรือต้องย้ายเปลี่ยนจากแผนเดิม แล้วใครจะรับผิดชอบ แต่กลับมีการอ้างว่า ให้ทำในส่วนที่ 2 และส่วนที่ 3 ไปก่อน คือการวางระบบท่อเพื่อส่งน้ำจาก กปภ.หาดใหญ่ซึ่งมีน้ำเหลือใช้ไปให้ กปภ.สงขลา จึงขอให้ตรวจสอบว่าน้ำของ กปภ.หาดูใหญ่ ที่เหลือใช้ มีปริมาตรเท่าไหร่ คุ้มค่ากับงานในโครงการหรือไม่ ซึ่งผิดทั้งระเบียบและกฎหมาย ที่อาจมีความเสียหายเกิดขึ้นหากหาที่ดินจัดสร้างในส่วนที่1 ไม่ได้
“นอกจากนี้ ในการประกวคราคาส่วนที่ 2 ซึ่งบริษัทไดนามิค กรุ๊ป โปรดักส์ จำกัด เสนอราคา 456,789,123 บาท บวกเพิ่มแต้มต่อ 10% (45,678,912.30) = 502,468,035.30 บาท แต่บริษัท ไทยเจริญฉวาง ซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SME เสนอราคา 504,237,500 บาท ต่อมาเมื่อวันที่ 9 ต.ค. 2567 ผู้ว่าฯกปภ.ได้ประกาศผู้ชนะการเสนอราคาโครงการในส่วนที่ 2 คือ บริษัท ไทยเจริญฉวาง เป็นเงิน 504,200,000 บาท เป็นการจงใจเอื้อประโยชน์ จงใจละเว้นการปฏิบัติตาม ม.157 แห่งประมวลกฎหมายทำให้ราชการเสียหาย เพราะประกาศประกวด
ราคาของ กปภ. เรื่องประกวคราคาจ้างเหมาก่อสร้างปรับปรุงขยาย กปภ. สาขาหาดใหญ่-สงขลา อ.หาดใหญ่-สงขลา จ.สงขลา ส่วนที่ 2 เลขที่ กจห.4/2566 เมื่อวันที่ 2 ก.พ.2566 ซึ่งมีข้อความในข้อ 6.8 ที่ระบุว่า “หากผู้ยื่นขัอเสนอข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ประกอบการ SMME เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดของผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่ไม่เกินร้อยละ 10 ให้ชื้อจัดจ้างจากผู้ประกอบการ SME ” อย่างไรก็ตาม จนถึงวันนี้ยังไม่เซ็นสัญญาจ้าง จนมีการกล่าวอ้างว่าอยู่ในต่อรองผลประโยชน์ใช่หรือไม่ ผมจึงร้องเรียนต่อป.ป.ช. ขอให้ตรวจสอบการกระทำของผู้ว่าฯกปภ.และคณะกรรมการพิจารณาผลประกวคราคาอิเล็กทรอนิกส์ โครงการนี้ ส่อว่ามีการกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดในหน้าที่ราชการหรือไม่“ นายวิลาศ กล่าว