การแจ้งเบาะแส เงินรางวัล และพยานในคดีเลือกตั้ง
แจ้งเบาะแสทุจริตเลือกตั้งอย่างไร ให้ปลอดภัยและได้รับความคุ้มครอง
การเลือกตั้งที่สุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย ไม่อาจเกิดขึ้นได้หากขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน
หนึ่งในบทบาทสำคัญของประชาชนคือ การแจ้งเบาะแสการทุจริตเลือกตั้ง ซึ่งกฎหมายได้กำหนดสิทธิ ความคุ้มครอง และมาตรการสนับสนุนไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้แจ้งเหตุสามารถมีส่วนร่วมได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย บทความนี้จะอธิบายว่า การทุจริตเลือกตั้งคืออะไร ใครบ้างที่สามารถแจ้งเบาะแสได้ แจ้งอย่างไร
รวมถึงสิทธิ เงินรางวัล และการคุ้มครองพยานในคดีเลือกตั้ง
การทุจริตเลือกตั้งคืออะไร
การทุจริตเลือกตั้ง หมายถึง การกระทำใด ๆ ที่ฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง และส่งผลให้การเลือกตั้งไม่สุจริต เที่ยงธรรม หรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย การกระทำเหล่านี้มีโทษทางอาญาอย่างร้ายแรง ทั้งจำคุก ปรับ และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง เช่น
การแจกเงิน แจกสิ่งของ หรือให้ประโยชน์อื่นใดเพื่อจูงใจให้เลือกหรือไม่เลือก
การเรียกรับเงินหรือทรัพย์สินแลกกับการลงคะแนน
การซื้อสิทธิขายเสียง
การทุจริตในการนับคะแนน หรือการรายงานผล
ใครบ้างที่สามารถแจ้งเบาะแสได้
การแจ้งเบาะแสการทุจริตเลือกตั้ง ไม่ได้จำกัดเฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐเท่านั้น แต่เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม โดยผู้มีสิทธิแจ้ง ได้แก่ ประชาชนทั่วไป ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง พรรคการเมือง การแจ้งเบาะแสจากประชาชน เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้การตรวจสอบการเลือกตั้งมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ช่องทางและวิธีการแจ้งเบาะแส
หากพบเห็นหรือมีข้อมูลเกี่ยวกับการทุจริตเลือกตั้งสามารถแจ้งเบาะแสหรือส่งหลักฐานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้หลายช่องทาง เช่น
แอปพลิเคชัน “ตาสับปะรด” สามารถแจ้งข้อมูล ข้อความ ภาพ เสียง หรือคลิปวิดีโอ
สายด่วน กกต. 1444
ศูนย์รับแจ้งเบาะแสทุจริตการเลือกตั้ง โทร. 02 141 8860 / 02 141 8579 / 02 141 8858
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด หรือกรุงเทพมหานคร
ข้อมูลที่แจ้งจะถูกเก็บเป็นความลับ และต้องเป็นการแจ้งด้วยความสุจริต ไม่แจ้งข้อมูลเท็จหรือกลั่นแกล้งผู้อื่น

ระยะเวลาและผลทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
กฎหมายกำหนดผลทางกฎหมายตามช่วงเวลาที่พบการทุจริต ดังนี้
ก่อนหรือในวันเลือกตั้ง หาก กกต. พบเหตุสงสัยทุจริต มีอำนาจสั่งยกเลิกการเลือกตั้งและให้มีการเลือกตั้งใหม่ (ใบเหลือง)
ก่อนประกาศผลเลือกตั้ง หากพบว่าผู้สมัครกระทำหรือสนับสนุนการทุจริต กกต. สามารถสั่งระงับสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลา 1 ปี และหากผู้นั้นเป็นผู้ชนะเลือกตั้งให้สั่งยกเลิกการเลือกตั้ง (ใบส้ม)
หลังประกาศผลเลือกตั้ง หากพบการทุจริตในเขตเลือกตั้ง กกต. สามารถยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา
เพื่อพิจารณาและสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ (ใบเหลือง)
กรณีร้ายแรง หากมีหลักฐานชัดเจนว่าผู้สมัครทุจริต อาจถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง (ใบดำ)
หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง (ใบแดง)
เงินรางวัลและสิทธิประโยชน์ของผู้แจ้งเบาะแส
กกต. ได้กำหนด รางวัลนำจับ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนร่วมแจ้งเบาะแสการทุจริตเลือกตั้ง หากข้อมูลที่แจ้งนำไปสู่การจับกุม ดำเนินคดี และศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด ผู้แจ้งจะได้รับ รางวัลนำจับเป็นเงินสดสูงสุด 1 ล้านบาท
นอกจากนี้ ในกรณีที่ผู้ขายเสียงหรือผู้รับเงิน แจ้งการกระทำดังกล่าวต่อ กกต. ก่อนถูกจับกุม ผู้นั้นจะไม่ต้องรับโทษ และไม่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ตามที่กฎหมายกำหนด
การคุ้มครองพยานในคดีเลือกตั้ง
คดีทุจริตเลือกตั้งมักเป็นอาชญากรรมซ่อนเร้น ผู้ให้ข้อมูลหรือพยานอาจเผชิญกับการข่มขู่ คุกคาม
หรือความเสี่ยงต่อความปลอดภัย ด้วยเหตุนี้ การคุ้มครองพยานจึงเป็นกลไกสำคัญ เพื่อให้การปราบปรามการทุจริตดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมาตรการคุ้มครองพยาน เพื่อดูแลความปลอดภัยและสิทธิของผู้ให้ข้อมูลตามที่กฎหมายกำหนด
ตัวอย่างกรณีการแจ้งเบาะแส
มีหลากหลายกรณี ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการแจ้งเบาะแสของประชาชนมีบทบาทสำคัญต่อความสุจริตของการเลือกตั้งตัวอย่างเช่น
ประชาชนพบการแจกเงินหรือสิ่งของในช่วงหาเสียง จึงถ่ายภาพหรือคลิปวิดีโอส่งผ่านแอป “ตาสับปะรด”
ผู้มีสิทธิพบความผิดปกติในการนับคะแนน แจ้งเหตุผ่านสายด่วน กกต. เพื่อให้เข้าตรวจสอบทันที
ผู้รับเงินซื้อเสียงแจ้งข้อมูลต่อ กกต.ก่อนถูกจับกุม ทำให้ไม่ต้องรับโทษตามกฎหมาย
สรุป: ช่วยกันรักษาการเลือกตั้งที่สุจริต
การเลือกตั้งที่สุจริตไม่ใช่หน้าที่ของ กกต. หรือเจ้าหน้าที่เพียงฝ่ายเดียวแต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชนทุกคน การแจ้งเบาะแสอย่างถูกขั้นตอน พร้อมการคุ้มครองพยานและสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสม
ช่วยสร้างความมั่นใจว่า การมีส่วนร่วมของประชาชนได้รับการดูแลอย่างจริงจัง
