กระบวนการใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง และออกเสียงประชามติ

 กระบวนการใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง และออกเสียงประชามติ

การเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติเป็นกระบวนการสำคัญที่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมกำหนดทิศทางของประเทศ เพื่อให้การใช้สิทธิเป็นไปอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และไม่พลาดสิทธิของตนเอง
การเข้าใจขั้นตอนตั้งแต่ก่อนเข้าหน่วยเลือกตั้งจนถึงการหย่อนบัตรจึงเป็นสิ่งจำเป็น บทความนี้จะพาไล่เรียงทุกขั้นตอนอย่างชัดเจน เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิได้อย่างมั่นใจ

เตรียมตัวก่อนไปเลือกตั้ง

การเตรียมตัวล่วงหน้าจะช่วยให้การใช้สิทธิเป็นไปอย่างราบรื่นและไม่เสียเวลา ก่อนออกจากบ้าน ควรเตรียมความพร้อมดังนี้

ตรวจสอบหน่วยเลือกตั้งของตนเองให้เรียบร้อย 

จำเบอร์คนที่รัก พรรคที่ชอบ เพื่อไม่ให้กาผิดเบอร์

เตรียมหลักฐานแสดงตน เช่น บัตรประจำตัวประชาชน (หมดอายุใช้ได้) บัตรหรือหลักฐานอื่น ที่ทางหน่วยงานราชการออกให้ที่มีรูปถ่ายและมีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก เช่น บัตรประจำตัวข้าราชการ ใบขับขี่ พาสปอร์ต ที่ยังไม่หมดอายุ

เผื่อเวลาเดินทางไปใช้สิทธิภายในเวลาที่กำหนด คือ เวลา 08.00 – 17.00 น.

ขั้นตอนการเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ

1. ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิ ตรวจสอบรายชื่อจากบัญชีรายชื่อที่ปิดประกาศไว้หน้าที่เลือกตั้ง คือ รายชื่อ
ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส. และบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ

2. การเตรียมตัวก่อนเข้าคูหา จำลำดับที่ของตัวเอง หมายเลขผู้สมัครแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและหมายเลขพรรคการเมืองที่จะเลือก เตรียมหลักฐานแสดงตน เช่นบัตรประชาชน (หมดอายุก็ใช้ได้) บัตรหรือหลักฐานอื่น ที่ทางหน่วยงานราชการออกให้ที่มีรูปถ่ายและมีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก หรือเปิดผ่านแอปพลิเคชัน ThaiD , DLT QR LICENCE , บัตรคนพิการ , ทางรัฐ

3. แสดงตนขอใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. ยื่นหลักฐานแสดงตน แจ้งลำดับที่ ต่อกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง
ลงลายมือชื่อ หรือพิมพ์ลายนิ้วมือในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส.

4. ลงลายมือชื่อที่ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง สส. และรับบัตรเลือกตั้ง สส. ลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือ
ที่ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง ทั้ง 2 ประเภท รับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ คือ แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และแบบบัญชีรายชื่อ พร้อมรับหลักฐานแสดงตนคืน

5. เข้าคูหาลงคะแนนเลือกตั้ง สส. ทำเครื่องหมายกากบาท ✖ ลงในช่องทำเครื่องหมาย ในบัตรทั้ง 2 ใบ โดยบัตรแบ่งเขตเลือกผู้สมัครได้เพียง 1 คนเท่านั้น ส่วนบัตรแบบบัญชีรายชื่อ เลือกพรรคการเมืองได้เพียง 1 พรรค เท่านั้น

หากไม่ประสงค์เลือกใครให้กากบาท ✖ ในช่อง “ ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด” 

หากไม่ประสงค์เลือกพรรคใดให้กากบาท ✖ ในช่อง “ ไม่เลือกบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด”

พับบัตรเลือกตั้งตามรอยพับ แล้วออกจากคูหา

6. หย่อนบัตรเลือกตั้ง สส. ลงในหีบบัตรเลือกตั้ง นำบัตรเลือกตั้งพับแล้วหย่อนลงในหีบบัตรเลือกตั้งแต่ละประเภทให้ถูกต้องด้วยตนเอง

7. แสดงตนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามติ หลังจากหย่อนบัตรเลือกตั้ง สส. เสร็จแล้วให้เดินไปยังจุดถัดไปในที่เลือกตั้งเดียวกันเพื่อขอใช้สิทธิออกเสียงประชามติ โดยยื่นหลักฐานแสดงตนและแจ้งลำดับที่ตาม
บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ

8. ลงลายมือชื่อที่ต้นขั้วบัตรออกเสียงประชามติ และรับบัตรออกเสียงประชามติ ลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ ลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือที่ต้นขั้วบัตรออกเสียงประชามติ รับบัตรออกเสียงประชามติ 1 ใบ พร้อมรับหลักฐานแสดงตนคืน

9. เข้าคูหาลงคะแนนออกเสียงประชามติ เข้าคูหาและทำเครื่องหมายกากบาท ✖เพียงช่องเดียวในช่อง “เห็นชอบ“ หรือ “ไม่เห็นชอบ”หรือ “ไม่แสดงความคิดเห็น” พับบัตรออกเสียงตามรอยพับ แล้วออกจากคูหา

10. หย่อนบัตรประชามติ และออกจากที่เลือกตั้ง นำบัตรออกเสียงประชามติที่พับแล้ว หย่อนลงในหีบบัตรออกเสียงประชามติด้วยตนเอง และเดินออกจากที่เลือกตั้ง ตามทางออกที่กำหนด

หากพบปัญหาเมื่อมาใช้สิทธิ

หากพบปัญหาในระหว่างการใช้สิทธิ เช่น ไม่พบชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ ได้รับบัตรไม่ครบหรือบัตรชำรุดพบความผิดปกติในการดำเนินการเลือกตั้ง ผู้มีสิทธิสามารถแจ้งหรือขอความช่วยเหลือจากกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งได้ทันที เพื่อให้การใช้สิทธิเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

สรุป: ใช้สิทธิไม่ยาก แค่รู้ขั้นตอน

กระบวนการใช้สิทธิเลือกตั้งและออกเสียงประชามติไม่ได้ซับซ้อน หากเตรียมตัวให้พร้อม และทำตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง การรู้ขั้นตอนตั้งแต่เข้าหน่วยเลือกตั้งจนถึงหย่อนบัตร จะช่วยให้ทุกคะแนนเสียงของประชาชนถูกนับอย่างสมบูรณ์

K

ภาพรวม

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์